|

เด็กเล็กระวังโรคหน้าฝน

หน้าฝนนี้ นอกจากโรคไข้เลือดออกที่แพทย์เตือนให้ระวังแล้ว พ่อแม่ยังต้องระวังโรคระบบทางเดินหายใจด้วย เช่น โรคไข้หวัดซึ่งก่อให้เกิดอาการเจ็บคอ คัดจมูก ปวดหูในเด็กเล็ก ซึ่งจริงๆ แล้วอาการปวดหูอาจเป็นอาการของโรคหูชั้นกลางอักเสบ พร้อมเตือนให้สังเกตอาการใกล้ชิด หากเด็กร้องงอแง เอามือกุมหูบ่อยๆ ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม และควรเน้นการป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย


นอกจากพบโรคระบบทางเดินหายใจ ไข้หวัด และปอดบวม ยังมี โรคหูชั้นกลางอักเสบ ที่พ่อแม่มักละเลย โดยพบว่า เด็กเล็กต่ำกว่า 3ขวบ สูงถึงร้อยละ 80เป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบอย่างน้อย 1ครั้ง สาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบ และบวมแดงของแก้วหู อาจจะมีน้ำ หรือหนองในเยื่อแก้วหู ตลอดจนเยื่อแก้วหูฉีกขาดในรายที่เป็นรุนแรง

เด็กเล็กต่ำกว่า 3ขวบทุกคน เป็นกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่เดย์แคร์ เนิร์สเซอรี่ หรือโรงเรียนอนุบาล รวมทั้งเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ เนื่องจากเด็กเล็กยังมีภูมิต้านทานไม่แข็งแรง อาจเกิดการรับเชื้อโรคจากเด็กด้วยกัน ทำให้เป็นโรคทางเดินระบบหายใจได้ง่าย เช่น ไข้หวัด คออักเสบ หรือโพรงจมูกอักเสบ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ทำให้เยื่อบุในท่อยูสเตเชี่ยนที่เชื่อมต่อระหว่างหูไปยังคอ และโพรงจมูก เกิดการบวมและการคั่งของน้ำในหู ส่งผลความดันภายในหูเพิ่มมากขึ้น ทำให้เชื้อแพร่กระจายเข้าสู่หูชั้นกลางได้ง่ายขึ้น

เด็กเล็กที่มีอาการของโรคหูชั้นกลางอักเสบ จะมีไข้สูง ปวดหู หากเด็กเล็กมากๆ หรือทารกที่ยังไม่สามารถบอกได้ ก็จะเอามือกุมหู จับที่หูและงอแงบ่อยๆ พ่อแม่ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์ หรือแพทย์ หู คอ จมูก เพื่อตรวจอย่างละเอียด

แพทย์มักให้ยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการรักษาตามอาการ สำหรับในรายที่เป็นรุนแรง และมีน้ำ หรือหนองในเยื่อแก้วหู แพทย์อาจต้องเจาะระบายน้ำ และหนอง เพื่อลดแรงดันในหู หากเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบจากเชื้อไวรัส ส่วนมากอาการมักจะค่อยๆ ดีขึ้นเองใน 3-5วัน แต่หากมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส หรือเชื้อฮีโมฟิลุส (ได้แก่ ฮิบและเอ็นทีเอชไอ) ส่วนมากหลังให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอาการมักจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่เด็กบางคนอาจมีการติดเชื้อรุนแรง และเชื้ออาจจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญต่างๆ ได้

หากเชื้อเข้าไปยังสมอง จะมีโอกาสทำให้เป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือฝีในสมอง นอกจากนั้น เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส ยังสามารถเข้าไปยังกระแสเลือด ทำให้เป็นโรคติดเชื้อในกระแสเลือด และหากเชื้อเข้าไปที่ปอด จะทำให้เป็นโรคปอดอักเสบรุนแรงได้ การรักษาจะมีความยุ่งยากมากขึ้น และเด็กบางรายอาจมีโอกาสเสียชีวิตได้

การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา การป้องกันสามารถทำได้ง่ายๆ ตั้งแต่ยังเป็นทารก ได้แก่ ให้ลูกน้อยรับประทานนมแม่ และเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยการให้รับประทานอาหารที่เหมาะสมตามวัย รวมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนพื้นฐานให้ครบ ที่สำคัญปัจจุบันมีวัคซีนไอพีดีพลัส ปอด-หูอักเสบ ซึ่งเป็นวัคซีนเสริมที่นอกจากจะช่วยป้องกันโรคติดเชื้อรุนแรง ได้แก่ โรคไอพีดี ปอดบวมโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคติดเชื้อในกระแสเลือดแล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคหูชั้นกลางอักเสบในเด็กเล็กได้ด้วย

นอกจากนี้ ในหน้าฝน พ่อแม่ควรดูแลร่างกายลูกน้อยให้อบอุ่นอยู่เสมอ หมั่นเช็ดและทำความสะอาดโพรงจมูกลูกน้อย ไม่ให้มีน้ำมูกคั่ง ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคหูชั้นกลางอักเสบ โรคแทรกซ้อนของไข้หวัดได้เช่นกัน

ที่มา : http://www.komchadluek.net/detail/20110607/99699/เด็กเล็กระวังโรคหน้าฝน.html
ที่มารูป

Short URL: http://www.plearnkid.com/?p=10213





Posted by 2DaysAgoKid on ก.ย. 1 2011. Filed under บทความดีๆเพื่อแม่และเด็ก, บทความสำหรับลูกน้อย. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. You can leave a response or trackback to this entry

Leave a Reply

120x600 ad code [Inner pages]

Recently Commented

  • ao: ok
  • ao: good
  • pregnancy mom: ขอบคุณค่า
  • เอ๋: อยากทราบว่าฝากท้องครั้งแรกจะเส ียเท่าไร ถ้าเลือกคลอดแบบแพ็กเก็ท หรือต้องจ่ายหมดแต่ทีแรกเลย
  • ข้าวตู: ชอบกินหอยเชลล์มากคะ เห็นว่าที่โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ มีเมนูเด็ด เกี่ยวกับหอยเชลล์ ว่าจะกินซะหน่อย